ทำงานในห้องแอร์ทั้งวัน ไม่โดนแดด แต่ทำไมหน้ายังหมองคล้ำ? คำตอบอาจอยู่ที่ “แสงสีฟ้า”
ผิวหมองคล้ำไม่ได้มาจากแสงแดดเพียงอย่างเดียว แสงสีฟ้า หรือ บลูไลท์ (Blue Light) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ เอชอีวี (HEV) แสงพลังงานสูงที่ตามองเห็น จากจอมือถือ จอคอมพิวเตอร์ และหลอดไฟ ก็เป็นอีกปัจจัยที่อาจกระตุ้นให้ผิวสร้างเม็ดสีมากขึ้น ทำให้หน้าดูหมองและสีผิวไม่สม่ำเสมอ แม้คุณจะไม่ได้ออกไปเจอแดดเลยทั้งวันก็ตาม แสงสีฟ้าคืออะไร แล้วต่างจากแสงแดดอย่างไร? เวลาพูดถึงการปกป้องผิว เรามักนึกถึงรังสี ยูวี (UV) จากแสงแดดเป็นอย่างแรก แต่จริงๆ แล้วแสงที่ตาเรามองเห็นก็มีพลังงานเช่นกัน โดยเฉพาะช่วงสีม่วงและสีฟ้า ซึ่งเรียกรวมว่า แสงพลังงานสูงที่ตามองเห็น หรือ เอชอีวี (HEV) เป็นแสงพลังงานสูงที่อยู่ในชีวิตประจำวันของเรามากกว่าที่คิด ความต่างที่สำคัญคือ แสงแดดเราเจอเฉพาะตอนอยู่กลางแจ้ง แต่แสงสีฟ้าเราเจอแทบตลอดเวลา ตั้งแต่ตื่นนอนคว้ามือถือ นั่งทำงานหน้าจอ ไปจนถึงไถฟีดก่อนนอน คนทำงานออฟฟิศยุคนี้จึงสัมผัสแสงสีฟ้าต่อเนื่องวันละหลายชั่วโมงโดยไม่รู้ตัว ทำไมแสงสีฟ้าถึงเกี่ยวกับผิวหมองคล้ำ? ผิวของเรามีเซลล์ชื่อ เมลาโนไซต์ (Melanocyte) ทำหน้าที่ผลิตเม็ดสีเมลานิน ซึ่งเป็นกลไกธรรมชาติที่ผิวใช้ปกป้องตัวเองจากแสง เมื่อผิวเจอแสงพลังงานสูง ไม่ว่าจะเป็น ยูวี หรือ เอชอีวี เซลล์เหล่านี้อาจถูกกระตุ้นให้สร้างเม็ดสีมากขึ้น ผลที่ตามมาคือผิวดูคล้ำลง เกิดจุดด่างดำ และสีผิวไม่สม่ำเสมอ นอกจากนี้ แสงพลังงานสูงยังเกี่ยวข้องกับการเกิดอนุมูลอิสระในผิว ซึ่งเป็นปัจจัยที่เร่งให้เซลล์ผิวเสื่อมสภาพเร็วขึ้น ผิวจึงมีแนวโน้มดูโทรม หมองหม่น และเกิดริ้วรอยก่อนวัยได้ง่ายกว่าที่ควรจะเป็น ทำไมครีมกันแดดธรรมดาถึงอาจไม่พอ? นี่คือจุดที่หลายคนเข้าใจผิด ครีมกันแดด เอสพีเอฟ (SPF) ที่เราใช้กันทั่วไปออกแบบมาเพื่อปกป้องผิวจากรังสี ยูวีเอ (UVA) และ ยูวีบี (UVB) เป็นหลัก ค่า เอสพีเอฟ และ พีเอ (PA) บอกถึงความสามารถในการกัน ยูวี เท่านั้น ไม่ได้ครอบคลุมถึงการดูแลผิวจากแสงสีฟ้าหรือ เอชอีวี โดยตรง พูดง่ายๆ คือ ต่อให้คุณทาครีมกันแดดทุกวัน แต่ถ้าใช้ชีวิตอยู่หน้าจอเป็นเวลานาน ผิวก็ยังคงสัมผัสแสงสีฟ้าอยู่ดี การดูแลผิวยุคนี้จึงต้องคิดให้ครบมากกว่าแค่กันแดดแบบเดิม ไลโปชิลด์ เอชอีวี ใน อินฟินิท ไซเบอร์ไวท์ ใน อินฟินิท ไซเบอร์ไวท์ ไบรท์เทนนิง คัลเลอร์ คอนโทรล ครีม เอสพีเอฟ50 พีเอ+++ (Infinite CyberWhite Brightening Color Control Cream SPF50 PA+++) มีส่วนผสมที่ชื่อ ไลโปชิลด์ เอชอีวี (Liposhield HEV) ซึ่งเป็นส่วนผสมกลุ่มสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยดูแลผิวจากปัจจัยแวดล้อมและแสงที่ตามองเห็นในเชิงการดูแลเครื่องสำอาง โดยทำงานเสริมกับค่า เอสพีเอฟ50 พีเอ+++ ที่ดูแลเรื่องรังสี ยูวี เพื่อให้การดูแลผิวระหว่างวันครอบคลุมรอบด้านขึ้น สิ่งสำคัญที่ควรเข้าใจคือ ไลโปชิลด์ เอชอีวี เป็นส่วนผสมที่ช่วย “สนับสนุน” การดูแลผิว ไม่ใช่สารทดแทนกันแดด จึงควรใช้ควบคู่กับการกันแดดตามปกติเสมอ ดูแลผิวยุคจอมือถือยังไงให้ครบ หัวใจของการดูแลผิวยุคนี้คือ คิดเรื่องการดูแลให้ครอบคลุมทั้งแสงแดดและแสงสีฟ้า ควบคู่กับการบำรุงผิวให้แข็งแรงจากภายใน การเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีทั้งค่า เอสพีเอฟ / พีเอ สำหรับกัน ยูวี และส่วนผสมที่ช่วยดูแลผิวจากแสงสีฟ้าในตัว จะช่วยดูแลผิวจากปัจจัยในชีวิตประจำวันได้รอบด้านขึ้น คำถามที่พบบ่อย (FAQ) แสงสีฟ้าจากจอมือถือทำให้ผิวหมองคล้ำได้จริงไหม? มีความเกี่ยวข้องกัน แสงสีฟ้า หรือ เอชอีวี เป็นแสงพลังงานสูงที่อาจกระตุ้นให้ผิวสร้างเม็ดสีเมลานินมากขึ้น และเกี่ยวข้องกับการเกิดอนุมูลอิสระ ซึ่งส่งผลให้ผิวดูคล้ำและสีไม่สม่ำเสมอได้ แม้จะไม่ได้โดนแดด ครีมกันแดด เอสพีเอฟ ปกติดูแลแสงสีฟ้าได้ไหม? โดยทั่วไปไม่ครอบคลุมโดยตรง ค่า เอสพีเอฟ และ พีเอ ออกแบบมาเพื่อกันรังสี ยูวี เป็นหลัก การดูแลผิวจากแสงสีฟ้าจึงมักต้องอาศัยส่วนผสมเฉพาะเสริมเข้าไป ไลโปชิลด์ เอชอีวี คืออะไร? ไลโปชิลด์ เอชอีวี เป็นส่วนผสมกลุ่มสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยดูแลผิวจากปัจจัยแวดล้อมและแสงที่ตามองเห็นในเชิงการดูแลเครื่องสำอาง โดยใช้ควบคู่กับกันแดด ไม่ใช้แทนกัน ใครควรใส่ใจเรื่องแสงสีฟ้าเป็นพิเศษ? คนที่ใช้ชีวิตอยู่หน้าจอเป็นเวลานาน เช่น พนักงานออฟฟิศ หรือคนที่ใช้มือถือบ่อย ซึ่งสัมผัสแสงสีฟ้าต่อเนื่องตลอดวัน